Review : ZERO Motorcycle 

Last updated: Dec 15, 2016  |  Test Ride

Zero Motorcycles เป็นรถจักรยายนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไทยยานยนต์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สไตล์ แบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้



•Zero DS  เป็นรถสไตล์ Dual Sport แฮนด์กว้าง ตำแหน่งนั่งหลังตรง บังโคลนสูง ลุยทางฝุ่นได้บ้าง 

•Zero S    เป็นรถสไตล์ Sport แฮนด์แคบลง ลักษณะท่านั่งต้องก้มตัวลงมากกว่ารุ่น DS 

•Zero SR   คล้ายรุ่น S แต่จะให้อัตราเร่ง ความเร็ว แรงบิด แรงม้า มากที่สุด แรงสุด

•Zero FX   เป็นรถสไตล์ Enduro แฮนด์กว้าง เบาะนั่งสูง แรงบิดสูง ช่วงล่างรับแรงสะเทือนได้ดี

ราคาจำหน่าย 

690,000 บาท สำหรับรุ่น DS และ S

630,000 บาท สำหรับรุ่น FX

870,000 บาท สำหรับรุ่น SR




ครั้งนี้เราได้ลองตัว DS เป็นรถสไตล์ Dual Sport แฮนด์กว้าง ตำแหน่งนั่งหลังตรง เบาะสูง คนขี่สูง 170 ยังต้องยืนด้วยปลายเท้า บังโคลนสูง ลุยทางฝุ่นได้ หน้าตาโดยรวม ดูสปอร์ต แต่งแนว Scrambler หรือ Trackers น่าจะเข้าที ครั้งนี้เป็นการทดสอบบนแทร็กของสนาม Motor Sport Park Suvarnabhumi 



รูปลักษณ์โดยรวมของรถจักรยานยนต์ เริ่มกันที่ไฟหน้าดวงเดียว มีขนาดใหญ่พอสมควร พร้อมไฟเลี้ยวทรงสปอร์ต ไล่ลงมาเป็นบังโคลนหน้า โช๊คหน้าเป็นแบบหัวกลับหรือ Up Side Down พร้อมแผ่นบังโคลน ยางลายดอกพร้อมลุยทุกสถานการณ์ทั้งยางหน้าและยางหลัง Dish brake หน้าและหลัง ทรงซิ่งขนาดใหญ่ มาดูกันที่เรือนไมล์บอกความเร็วเป็นดิจิตอล และค่าต่างๆ เช่น ระดับพลังงาน โหมดต่างๆ อุณหภูมิ เวลา trip odometer เวลาชาร์จจะมีไฟสถานะการชาร์จสีเขียวขึ้นโชว์ แสดงการชาร์จ สายไฟสำหรับชาร์จ ตัวอแดปเตอร์จะอยู่ในรถ ไปไหนมาไหน พกสายไปเส้นเดียวพอ สามารถเสียบกับ outlet 110 หรือ 220 VAC ได้ ที่ชาร์จจะอยู่ใต้เบาะด้านข้างซ้ายของตัวรถ แค่เอาสายไฟที่ให้มา เสียบกับ outlet ที่บ้าน อีกข้างหนึ่งเสียบกับตัวรถ แค่นี้ก็ชาร์จได้สบาย




ประกับด้านขวามีปุ่มสตาร์ทและปุ่มการปรับโหมดการขับขี่ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 แบบ คือ eco sport custom



โดยโหมด custom ตัวรถสามารถปรับแต่ง parameter ตามการใช้งานได้โดยผ่าน application บน smartphone ผ่าน Bluetooth ประกับด้านซ้ายมีไฟสูง-ต่ำ ไฟเลี้ยว ปุ่มแตร แต่ไม่มีครัชต์เพราะรถคันนี้เป็นรถไฟฟ้าไม่มีเกียร์สตาร์ทแล้วบิดได้เลย  รถคันนี้ไม่มีถังน้ำมันแต่เป็นที่ใส่ของแทนมีขนาดกำลังดีสามารถถอดออกมาได้มีซิปปิด จะถือหิ้วไปก็เท่ห์ดีหรือไว้ใส่สายชาร์จก็สะดวก เบาะนั่งตอนเดียว นั่งสบายทั้งคนขี่และคนซ้อน ไฟท้ายเรียว ยาวพร้อมบังโคลนหลังทรงสปอร์ต โช๊คหลังเป็นแบบโมโนโช๊ค สวิงอาร์มและขาตั้งเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ทนทาน สายพาน Carbon Fiber อายุการใช้งานของสายพานอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 40,000 กม.อยู่ที่ผู้ขับขี่ 




หัวใจสำคัญของรถเป็นแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออน ขนาดกลาง 8.5 พร้อมมอเตอร์เป็นแบบ DC ไร้แปลงถ่าน ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมระบบ regenerative braking ชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ขณะลดความเร็ว โดยเมื่อไหร่ที่ผู้ขับขี่ปิดคันเร่งและรถยังไหลอยู่มอเตอร์จะทำหน้าที่ regen กลับไปที่แบตเตอรี่ การรับประกันแบตเตอรี่ ของบริษัทจะอยู่ที่ 200,000 กม. แต่ถ้าอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ จะอยู่ที่ 480,000 กม. เซลล์พลังงานจะหายไปประมาณ 20% รถคันนี้สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย




ได้ทดลองขับขี่ในสนาม Motor Sport Park Suvarnabhumi ส่วนของสนามทางเรียบ ประกอบด้วยทางตรงของสนาม ที่สามารถทำความเร็วได้พอสมควร ลองเดินคันเร่งดูรถ ZERO Motorcycle ไม่มีอาการรอรอบเลย บิดติดมือดีมาก แรงบิดดุดัน ทำเอาหน้าหงายไปหลายรอบเลย ต้องบอกว่าพละกำลังดีกว่ารถใช้น้ำมันมันบางรุ่นรวมถึง BigBike ขนาดกลาง ในด้านของทางเลี้ยวในสนามดูเหมือนเรียบง่าย แต่ประกอบด้วยโค้งที่ครอบคลุมในการใช้งานชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น โค้งยอดแหลมแคบ โค้งกลับรถวงกว้าง วงแคบ โค้ง S สำหรับความคล่องตัว โค้งแบบกะโหลกรัศมีกว้างและแคบ ซึ่งทั้งหมดเป็นลักษณะของเส้นทางที่เราพบเจอได้ในการใช้งานทั้งชีวิตประจำวัน ZERO Motorcycle ทำได้ค่อนข้างประทับใจ ยางติดรถตอบสนองกับโค้งได้ดีเกาะถนนถึงแม้จะเป็นยางดอกใหญ่ รวมถึงช่วงล่างทั้งหน้าและหลังให้ตัวดีเวลาเลี้ยวโค้ง S เร็วๆ พลิกรถง่าย ควบคุมรถได้ง่าย ระบบเบรคเอาอยู่ถึงแม้ไม่มีเกียร์ช่วยแต่มี Engine brake อยู่บ้างทำให้การแต่งตัวก่อนเข้าโค้งมั่นใจหายห่วง



โดยรวมเป็นรถที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้การชาร์จไฟแต่ละครั้งง่าย ใช้เวลาในการชาร์จไฟ 0%-100% อยู่ที่ 5-6 ชม.สำหรับการชาร์จแบบปกติ แต่ถ้าใช้ ควิกชาร์จ ก็จะเหลือ 3 ชม. ตกครั้งละ 6-7 บาทในการชาร์จ เมื่อปริมาณแบตอยู่ที่ 100% สามารถขับได้ 120-140กม.(สำหรับในเมือง) และ 80-100กม.(สำหรับการเดินทางไกล) ระยะทาง จะขึ้นกับการเปิดปิดคันเร่ง หากชาร์จสัก 1 ชม. ก็จะสามารถวิ่งได้อีก 10 - 20 กม. ประหยัดกว่าน้ำมันหลายเท่าตัว ไม่มีมลภาวะ เสียงท่อไม่ดังไม่รบกวนใคร แต่ปัญหาหลักใหญ่ตัวรถจะมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ BigBike 1000 cc. ที่ราคายังถูกกว่า



ใครสนใจลองไปทดลองขี่ได้ที่ โชว์รูมวิภาวดี ใกล้กับ BMW บาเซโลน่า ในโอกาสหน้าจะพา ZERO Motorcycle DS ไปลุยทางฝุ่นบ้าง จะเป็นอย่างไรคอยตามอ่านกัน



Motor Sport Park Suvarnabhumi  เป็นพื้นแทรคที่ค่อนข้างละเอียด ให้การยึดเกาะได้ดี และไม่กัดกินเนื้อยางมากเกินไป เรียกได้ว่าเกาะแน่นแต่ยังคงประหยัดเนื้อยางได้ดี ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนามมีอย่างครบครัน สามารถรองรับคอร์สขับขี่ต่างๆได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย ห้องบรรยายการฝึกสอน ห้องอาหาร พิทในร่ม อาคารซ่อมบำรุง  และห้องน้ำ-ห้องอาบน้ำ นับได้ว่ามีการจัดการที่ดีมากแห่งนึง เพราะฝึกฝนในแต่ละครั้งเราต้องใช้เวลาทั้งวันในสนาม สถานที่ที่พร้อมนับเป็นปัจจัยสำคัญ


สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ZERO Motorcycle ที่เอื้อเฟื้อรถในการทดลอง

ชุด Riding gear ประกอบด้วย ชุด Racing suit , ถุงมือ , รองเท้า จาก HELD Thailand โดย Bike Boutique 

หมวกกันน็อค : REAL Helmets

สนามทดสอบ : Motor Sport Park Suvarnabhumi


Powered by MakeWebEasy.com