มิตซูบิชิเปิดตัว ออล นิว ปาเจโร เจนฯ 5 ชูพรีเมียมเอสยูวี หรู-แกร่งขึ้น เริ่ม 1.499 ล้าน

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” เจเนอเรชันที่ 5 อย่างเป็นทางการในไทย ชูจุดขายหรูหรา สมรรถนะออฟโรด และเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 204 แรงม้า เคาะราคา 1.499-1.999 ล้านบาท จัดข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 1.99% ถึง 31 ธันวาคม 2569


บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียมเอสยูวีรุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ภายใต้แนวคิด “Live Masterpiece นิยามใหม่ของความหรูหราในทุกการเดินทาง” สานต่อตำนานกว่า 44 ปีของปาเจโรสู่เจเนอเรชันที่ 5 โดยผสานความหรูหรา สมรรถนะการขับขี่ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น ตลอดจนความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตหลักและศูนย์กลางการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นตลาดแรกของโลกที่เปิดจำหน่ายปาเจโรรุ่นใหม่นี้ ก่อนขยายสู่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมีแผนทำตลาดกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป การพัฒนารถรุ่นนี้อาศัยประสบการณ์ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 65 ปี ผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากญี่ปุ่น ผ่านการทดสอบบนถนนจริงในไทยรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร พร้อมปรับจูนให้เหมาะกับสภาพถนนและรูปแบบการใช้งานในประเทศ โดยกว่า 80% ของผู้ผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนเป็นผู้ประกอบการที่มีฐานดำเนินงานในไทย สะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งด้านการผลิต การจ้างงาน และการส่งออก

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
 ภายนอกมาในแนวคิด “Grand Charisma” ถ่ายทอดความสง่างามควบคู่ความแข็งแกร่ง ผ่านตัวถังขนาดใหญ่ เส้นสายทันสมัย และรายละเอียดที่สืบทอดเอกลักษณ์จากปาเจโรยุคแรก ทั้งเสา C ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ และการปรับพื้นที่ท้ายรถเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเก็บสัมภาระ กระจังหน้าแตกต่างตามรุ่น GLS และ GSR ใช้ดีไซน์ Kendo Mask ส่วนรุ่น Super Exceed มาในรูปแบบ Honeycomb ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปาเจโรรุ่นแรกและตำนานการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ พร้อมไฟหน้า-ท้าย LED รูปตัว T ระบบไฟ Dynamic Flow Light ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าและไฟสูงอัตโนมัติ และไฟหน้า Adaptive LED ล้ออัลลอยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18 นิ้วในรุ่น GLS ไปจนถึงล้อทูโทนขนาด 20 นิ้วในรุ่น GSR และล้อทูโทนรมดำขนาด 20 นิ้วในรุ่น Super Exceed ขณะที่สีตัวถังมีให้เลือกทั้งแบบโมโนโทนและทูโทน รวม 9 สี โดยมีสีไฮไลต์ Armour Copper และ Phantom Blue


ภายในยกระดับความพรีเมียมด้วยเบาะหนังแท้ Semi-Aniline โทน Camel-Black หลังคากระจกพาโนรามา และงานตกแต่งที่ประณีตด้วยเทคนิค Kimekomi และ S-Curve Stitching พร้อมหน้าจอสัมผัสและจอแสดงผลการขับขี่แบบ Monolithic Dual Display ขนาด 12.3 นิ้วในรุ่น GLS และ GSR และ 14.3 นิ้วในรุ่นSuper Exceed อีกหนึ่งจุดเด่นคือหน้าจอ Multi Meter ที่แสดงข้อมูลการเอียงและการเคลื่อนไหวของตัวรถ รวมถึงระดับความสูงและทิศทางการเดินทาง ช่วยเพิ่มความสะดวกเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางลาดชันหรือออฟโรด ส่วนระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พัฒนาร่วมกับยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ติดตั้งลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมโหมดเสียง 4 รูปแบบ ตำแหน่งรับฟัง 5 ตำแหน่ง และระบบชดเชยเสียงตามความเร็วรถ สภาพฝน และการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.4 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน Wide Range Single-VGT พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift โครงสร้างแชสซีส์Ladder Frame พัฒนาใหม่ เพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง เสริมความทนทานต่อแรงบิดและแรงดัด ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่ ด้านหลังแบบ 5-Link Torque Arm ทำงานร่วมกับโช้คที่มีระยะยุบ-ยืดกว้าง มุ่งรักษาเสถียรภาพและความนุ่มนวลทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางทุรกันดาร

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
ด้านระบบขับเคลื่อนจัดเต็มด้วย Super All Wheel Control (S-AWC) ทำงานร่วมกับ Super Select 4WD-II เลือกโหมดขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานทั่วไปไปจนถึงเส้นทางออฟโรดที่ต้องการแรงฉุดสูง โดยผสานระบบควบคุมการทรงตัว การยึดเกาะถนน และการควบคุมสมดุลขณะเข้าโค้ง ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ได้ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock เพื่อปรับการตอบสนองให้เหมาะกับสภาพพื้นผิว นอกจากนี้ยังออกแบบโดยคำนึงถึง “Off-Road Comfort” ให้การลุยไม่ได้หมายถึงการต้องแลกกับความสบายของผู้โดยสาร
 
ห้องโดยสารเน้นพื้นที่ใช้สอยและความสบายทุกตำแหน่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลัง ระบบเป่าลมเย็น และระบบจดจำตำแหน่งเบาะ พวงมาลัยไฟฟ้า และกระจกมองข้าง เบาะแถวสองพับ 60:40 และเลื่อนหน้า-หลังได้ 150 มิลลิเมตร พร้อมระบบพับไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกแถวสาม ส่วนเบาะแถวสามพับแยก 50:50 เพื่อปรับพื้นที่สัมภาระได้ตามต้องการ ด้านความเงียบติดตั้งกระจก Acoustic Glass 5 บานบริเวณกระจกบังลมหน้า ประตูคู่หน้า และประตูคู่หลัง พร้อมวัสดุซับเสียงรอบคัน ช่วยลดเสียงลม เสียงถนน และเสียงเครื่องยนต์ ความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และระบบ Diamond Sense ตั้งแต่รุ่น GLS และ GSR รวม 13 ระบบ ส่วนรุ่น Super Exceed เพิ่มระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (RCTB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA) และระบบจดจำป้ายจราจร (TSR) รวมเป็น 16 ระบบ พร้อม MI-PILOT ที่ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control และ Lane Keep Assist ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและตำแหน่งรถในช่องทาง นอกจากนี้ยังมี MITSUBISHI CONNECT สำหรับตรวจสอบสถานะรถ ควบคุมฟังก์ชันจากระยะไกล และเข้าถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินหรือช่วยเหลือบนท้องถนน เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานประจำวันและการเดินทางระยะไกล


เปิดตัว 3 รุ่นย่อย เริ่ม 1.499 ล้านบาท พร้อมแพ็กเกจพิเศษ
·       GLS 2WD ราคา 1,499,000 บาท มีสี Graphite Gray, Blade Silver และ White Diamond (เพิ่ม 20,000 บาท)
·       GSR 2WD ราคา 1,699,000 บาท มีสี Graphite Gray, White Diamond และ Phantom Blue (สองสีหลังเพิ่ม 20,000 บาท)
·       Super Exceed 4WD ราคา 1,999,000 บาท มีสี Graphite Gray หลังคาดำ, Black Diamond, White Diamond หลังคาดำ, Phantom Blue หลังคาดำ และ Armour Copper หลังคาดำ โดยสีทางเลือกที่ระบุเพิ่ม 20,000 บาท


สิทธิพิเศษประกอบด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.99% ประกันภัยชั้น 1 บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษาและฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สมาชิกครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท เมื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive
พิเศษสำหรับลูกค้า 2,000 ท่านแรก รับของสมนาคุณ “Pajero Exclusive Box” จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสัมผัสรถรุ่นใหม่ระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2569 ณ โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กว่า 170 แห่งทั่วประเทศ


การกลับมาของปาเจโรเจเนอเรชันที่ 5 จึงไม่ใช่เพียงการปรับโฉมรถเอสยูวีรุ่นเรือธง แต่เป็นการยกระดับแนวคิดรถครอบครัวที่ต้องตอบโจทย์ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ และการใช้งานจริง โดยมีประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำตลาดสู่เวทีโลก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้