มาสด้า ปลื้มยอดขายโตกว่า 22%

Last updated: May 12, 2017  |  News

หลังจากมาสด้าทยอยปรับโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมใส่เทคโนโลยีการขับขี่และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ รุ่นแรก คือ มาสด้า3 เมื่อเดือนมกราคม ตามมาด้วยมาสด้า2 ในเดือนกุมภาพันธ์ และครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง 3 รุ่น ได้รับการปรับโฉมเพิ่มความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้เกาะถนนมากยิ่งขึ้น ใส่เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ วีฮิเคิล ไดนามิกส์ ที่มาพร้อมกับระบบ GVC ส่งผลให้รถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ได้รับความนิยมอย่างชัดเจน ทำให้ยอดขายเดือนเมษายนโตกว่า 22% ประมาณการส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่า 6% โดยเฉพาะมาสด้า2 ขยับแซงขึ้นมาอันดับ2 ของตลาดรถเล็กได้สำเร็จ



ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มส่อแววสดใสมาตั้งแต่ต้นปี จากผลงานวิจัยด้านดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน 4 เดือนแรกของปี 2560 จะเห็นว่าการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนมีการปรับดีขึ้นตามทิศทางของตลาด ปัจจัยหลักที่สนับสนุนมาจากรายได้ครัวเรือน โดยเฉพาะรายได้ของเกษตรกรที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องตามราคาสินค้าด้านการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย และผลผลิตข้าว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทยอยปรับดีขึ้น รวมถึงสถาบันการเงินที่ผ่อนคลายความเข้มงวดมาตรการด้านการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโตเป็นบวกและส่งผลให้ตลาดรถยนต์มีความสดใสมากขึ้นยอดขายรถยนต์มาสด้าเฉพาะเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ และขยับแรงแซงทางโค้งขึ้นมาครองอันดับ 5 ของตลาดรถยนต์รวมของประเทศไทย และครองอันดับ 3 ของตลาดรถยนต์เก๋งอย่างถาวร ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้นสองเดือนติดต่อกัน รวมทั้งสิ้น 4,203 คัน เพิ่มขึ้นถึง 22% จากเดือนเมษายน 2559 มียอดขายอยู่ที่ 3,443 คัน รุ่นที่มียอดขายสูงสุด คือ รถยนต์นั่งมาสด้า2 มียอดขายสูงถึง 2,609 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 41% เช่นเดียวกับมาสด้า3 ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นหลักในรถซีเซ็กเมนต์ของมาสด้ามียอดขายถึง 479 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 41% ในขณะที่อเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 277 คัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากมีการปรับโฉมใหม่ มียอดขายจำนวน 382 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 12% ส่วนรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 455 คัน ลดลงเล็กน้อยเช่นเดียวกันเพียง 15% และรถสปอร์ต เอ็มเอ็กซ์-5 อีก 1 คัน มาสด้ายังคงมียอดขายที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายรวม 4 เดือนแรกของปี 2560 สูงถึง 15,765 คัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 มียอดขายโดยรวมอยู่ที่ 14,347 คัน นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุด คือ มาสด้า2 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 9,242 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 21% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร มียอดขายจำนวน 2,246 คัน เพิ่มขึ้น 9% มาสด้า3 จำนวน 1,803 เพิ่มขึ้น 18% มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 1,397 คัน เพิ่มขึ้น 40% ส่วนมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 1,072 คัน และรถสปอร์ตเอ็มเอ็กซ์-5 จำนวน 5 คัน



ทางด้าน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า ความสำเร็จในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 แสดงให้เห็นว่านอกจากลูกค้าให้การตอบรับเทคโนโลยีใหม่ GVC เป็นอย่างดี รวมทั้งความเชื่อมั่นในเรื่องของศูนย์บริการ หลังจากมีการปรับโฉมโชว์รูมใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด ช่วยยกระดับมาสด้าก้าวสู่แบรนด์พรีเมียม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งภายในเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายนนี้ มาสด้ายังมีแผนงานต่างๆ มากมายเข้ามาสร้างสีสันแก่ตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ ในเดือนพฤษภาคมนี้ เตรียมพบกับแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษ “MAZDA 5 STARS SPECIAL” ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ จองรถซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นวันนี้รับทันทีนาฬิกา Mazda Smart Watch มูลค่า 5,000 บาท (จำนวนจำกัด) นอกจากนี้ ยังรับมอบความอุ่นใจตลอดการเดินทางด้วยฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance (MPI) และฟรีค่าบำรุงดูแลรักษา Mazda Care ทุกรุ่น ให้ความอุ่นใจตลอดการเดินทางกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ในเดือนมิถุนายน มาสด้าเตรียมตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างความสนุกสนานในการขับขี่อีกครั้ง กับการนำเอารถยนต์มาสด้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับการบันทึกการเดินทางแบบคาราวานครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงอารยธรรมสมาชิกกลุ่มประเทศสมาชิกลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงเศรษฐกิจสองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล จากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจอันสำคัญที่เชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียว หรือที่รู้จักกันในชื่อ EAST WEST ECONOMIC CORRIDOR โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเส้นทางการค้าสายสำคัญนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน จากยอดขายของมาสด้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในครึ่งปีหลังของปี 2560 มาสด้าก็ยังมีแผนงานธุรกิจด้านการตลาดและการบริการหลังการขายอีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะงานบริการหลังการขายที่เรามุ่งมั่นพัฒนาควบคู่ไปกับยอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งและให้บริการลูกค้าที่ดีที่สุด

Powered by MakeWebEasy.com