เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The E-Class รุ่นประกอบในไทย ราคาเริ่มที่ 3.39 ล้าน

Last updated: 2017-01-31  | 

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว The E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นประกอบในประเทศไทย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นอันล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการ และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว โดยรถยนต์รุ่นนี้มีให้เลือกสรรถึง 3 แบบ ได้แก่ The E 220 d Avantgarde ราคา 3,390,000 บาท, The E 220 d Exclusive ราคา 3,690,000 บาท และ The E 220 d AMG Dynamic ราคา 3,990,000 บาท


ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้เตรียมรุกตลาดรถหรูอย่างเต็มกำลังด้วยการประเดิมเปิดตัวยนตกรรม The E-Class ที่สุดแห่ง ยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ เจอเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นประกอบในประเทศไทย โดย The E-Class นับเป็นรถยนต์ในกลุ่ม Contemporary Luxury ที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ และได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ ทั้งโดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะอันทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity รวมถึงเทคโนโลยียนตกรรมใหม่ล่าสุด ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้างให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ทางด้านฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า The E-Class รุ่นประกอบในประเทศโมเดลล่าสุดนี้ ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 10 ในตระกูล E-Class ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบความละเอียดสูง ที่ทำงานด้วยระบบดิจิตอลทั้งหมด รวมถึงระบบ Active Light ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับ The E-Class รุ่นประกอบในประเทศไทย มีให้เลือกสรรถึง 3 ดีไซน์ คือ The E 220 d Avantgarde, The E 220 d Exclusive และ The E 220 d AMG Dynamic



The E-Class มีขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ผสานกับฝากระโปรงหน้าที่ดูยาว เส้นสายของส่วนหลังคาที่ออกแบบในสไตล์รถคูเป้ ทอดตัวเป็นเส้นโค้งยาวจรดด้านหลังของตัวรถ นอกจากนี้ รูปลักษณ์ด้านหลังของตัวรถได้รับการออกแบบให้ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของสมาชิกใหม่ในกลุ่มรถซาลูนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมติดตั้งโคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียว ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูสง่างามอย่างมีระดับ สำหรับ The E 220 d Avantgarde มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED High Performance สำหรับรุ่น The E 220 d Exclusive และ The E 220 d AMG Dynamic มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED, ระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่ม ความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) โดย The E 220 d AMG Dynamic จะเพิ่มเติมความพิเศษด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า


ภายห้องโดยสารของ The E-Class ออกแบบภายใต้แนวคิดที่ต้องการผสมผสานสไตล์สปอร์ตเข้ากับสุดยอดเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อมอบความรู้สึกสะดวกสบายขณะขับขี่และโดยสาร เบาะที่นั่งจึงถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถตระกูลนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ผสานการออกแบบตามหลักการสรีระศาสตร์ที่เน้นเรื่องความรู้สึกสบายสำหรับการเดินทางไกล โดยเบาะที่นั่งตอนหลังสามารถพับลงแบบ 1/3 และ 2/3 เพื่อความสะดวกในการบรรจุสัมภาระ สำหรับรุ่น The E 220 d Avantgarde และ The E 220 d Exclusive ภายในได้รับการตกแต่งสไตล์หรูหรา มาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง nappa ในขณะที่รุ่น The E 220 d AMG Dynamic จะมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต ท้ายตัดหุ้มหนัง nappa, ชุดหน้าจอความละเอียดสูงและหน้าจอดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในห้องโดยสารโดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Wide screen ขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจอ อินโฟเทนเมนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบของแผงหน้าปัดได้ 3 แบบ ตามความชอบส่วนตัว ได้แก่ แบบคลาสสิก แบบสปอร์ต และแบบ Progressive ซึ่งนับเป็น ครั้งแรกของรถยนต์ใน เซ็กเมนต์นี้ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว รวมถึง ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless Charging) เป็นต้น นอกจากนี้ สำหรับรถยนต์รุ่น The E 220 d AMG Dynamic ที่ประกอบในประเทศไทย จะมาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)


ในส่วนของระบบมัลติมีเดียนั้น The E 220 d Avantgarde และ The E 220 d Exclusive จะมาพร้อมกับระบบ MB Audio 20 พร้อม Controller และ Touchpad ในขณะที่ The E 220 d AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบ COMAND Online พร้อม Controller และ Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester? และฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay?) และ Android (Android Auto) นอกจากนี้ ทั้ง 3 รุ่นยังติดตั้งด้วยระบบแผนที่นำทางและเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สีอีกด้วย ส่วนของความปลอดภัยและเทคโนโยลีมีมาให้อย่างครบครันอัดแน่น



The E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบเกียร์อัตโนมัติ ชุดใหม่ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างรถที่ได้รับการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ และมีน้ำหนักเบาลงส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำเพียง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร*และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียงแค่ 102 กรัม/กิโลเมตร* สนนราคา The new E 220 d Avantgarde ราคา 3,390,000 บาท The new E 220 d Exclusive ราคา 3,690,000 บาท The new E 220 d AMG Dynamic ราคา 3,990,000 บาท

Powered by MakeWebEasy.com