ปอร์เช่ 911 จีทีเอส ใหม่

Last updated: 2021-07-05  | 

หลังจากการเปิดตัวอนุกรมสปอร์ตสายพันธุ์แท้ด้วยรหัสตัวถัง 992 เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีครึ่ง ถึงเวลาแล้วกับการมาถึงของรุ่น จีทีเอส ที่เน้นตัวตนความสปอร์ตให้แก่พี่น้องร่วมตระกูล  12 ปีก่อนหน้านี้ ปอร์เช่ได้แนะนำรถสปอร์ตเวอร์ชั่น จีทีเอส รุ่นแรกของ 911 ณ ตอนนี้ เจเนอเรชั่นล่าสุดของยนตรกรรมสปอร์ตยอดนิยมตลอดกาลกำลังจะกลับมาปรากฏกายอีกครั้ง พละกำลังมหาศาลยิ่งขึ้น พร้อมรูปโฉมที่เกรี้ยวกราดดุดันแตกต่างอย่างชัดเจน และประสิทธิภาพในการขับขี่บังคับควบคุมที่เหนือชั้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอน บ๊อกเซอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) หรือเพิ่มขึ้น 30 แรงม้า  (22 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส รุ่นปัจจุบันและ 911 จีทีเอส  รุ่นก่อนหน้าเสริมทัพยนตรกรรมด้วยทางเลือกใหม่ 5 รุ่นดังนี้ ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส ขับเคลื่อนล้อหลัง ตัวถัง 2 ประตูคูเป้  และเปิดประทุนคาบริโอเลต  ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส ขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ตัวถัง 2 ประตู คูเป้ และเปิดประทุนคาบริโอเลต 

 

ปอร์เช่  911 ทาร์กา 4  จีทีเอส ขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive โดยสามารถเลือกติดตั้งระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่  8 จังหวะ (PDK) หรือ เกียร์ธรรมดา  7 จังหวะ ได้ตามความต้องการ มาพร้อมระบบช่วงล่างพิเศษเฉพาะรุ่น จีทีเอส ติดตั้งระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) และระบบเบรกประสิทธิภาพสูงที่ได้ถ่ายทอดมาจากปอร์เช่ 911 เทอร์โบ มั่นใจได้ในทุกการขับเคลื่อน ทั้งแรงเสียดทานการเคลื่อนไหวและแรงต้านด้านข้าง สมรรถนะการขับขี่ที่ถูกปรับแต่งให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง Lightweight Design package นับเป็นครั้งแรกสำหรับการติดตั้งในรุ่น จีทีเอส ซึ่งสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 25 กิโลกรัม ภาพลักษณ์ที่แสดงถึงความสปอร์ตของรุ่นล่าสุดเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ประกอบด้วย ชิ้นงานตัวถังสีดำรอบคัน และโคมไฟหน้ารมดำ นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังได้รับการตกแต่งด้วยโทนสีดำเช่นเดียวกัน ในหลายตำแหน่งผลิตขึ้นจากวัสดุ Race-Tex microfibre ที่ให้อารมณ์ผสมผสานทั้งความดุดันและหรูหรา สะดวกสบายด้วยระบบติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management (PCM) เจเนอเรชั่นใหม่ เพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานและการสื่อสารให้หลากหลายยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสุดล้ำ ระบบช่วงล่างสุดพิเศษ และระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตที่ไม่ซ้ำใคร

 

เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ขนาดความจุ 3.0 ลิตร 6 สูบนอน ประจำการในปอร์เช่ 911 จีทีเอส ให้พละกำลังสูงสุด 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) แรงบิดมหาศาลกว่า 570 นิวตันเมตร หรือเพิ่มขึ้น 20 นิวตันเมตร จากรุ่นก่อนหน้า อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.3 วินาที ในรุ่น 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส คูเป้ ที่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 8 จังหวะ (PDK) เร็วขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 0.3 วินาที นอกจากนี้สำหรับ 911 GTS ทุกรุ่น ยังสามารถเลือกติดตั้งระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ อัตราทดชิด แทนเกียร์อัตโนมัติ PDK ได้อีกด้วย  ระบบช่วงล่างได้รับการถ่ายทอดมาจากปอร์เช่ 911 เทอร์โบ และผ่านการปรับแต่งให้เหมาะสมกับรุ่น จีทีเอส เพื่อรองรับการขับขี่ในรูปแบบดุดันได้อย่างแท้จริง ต้องยกความดีให้อุปกรณ์มาตรฐาน ระบบ Porsche  Active Suspension Management (PASM) ควบคุมการตอบสนองของโช๊คอัพได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของรุ่นตัวถัง 2 ประตูคูเป้ และเปิดประทุนคาบริโอเลต  ระบบ PASM มาตรฐาน จะมาพร้อมช่วงล่างสปอร์ตที่ลดระดับความสูงลง 10 มิลลิเมตร โดยมีวัตถุประสงค์ในการลดภาระของชุดสปริงจากที่เคยอยู่ในรุ่นเทอร์โบ ชุดสปริงจะอยู่ภายใต้แรงกดในทุกสภาวะการขับขี่ จังหวะการคืนตัวยังคงเหมือนเดิม ในส่วนของปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 จีทีเอส จะยังคงใช้ระบบช่วงล่างแบบเดียวกับปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 เอส ทีมวิศวกรยังได้ปรับแต่งประสิทธิภาพของระบบเบรกให้ตอบรับกับสมรรถนะของ จีทีเอส  ด้วยการจับเอาชุดเบรก high-performance ล้ออัลลอยแบบ centre-lock สีดำขนาด 20 นิ้ว (คู่หน้า) และ 21 นิ้ว (คู่หลัง) จากปอร์เช่ 911 เทอร์โบ ระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้เสียงคำรามที่เร้าอารมณ์ จากการปรับตั้ง และการออกแบบภายในหม้อพักไอเสียใหม่เฉพาะรุ่น จีทีเอส  เท่านั้น

 

ปอร์เช่ 911 จีทีเอส ทุกรุ่นมาพร้อมชุดแต่ง Sport Design package ซึ่งสร้างความแตกต่างจากรุ่นปกติ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้า ด้านหลัง หรือสเกิร์ตข้าง กรอบโคมไฟคู่หน้าและไฟส่องสว่างเวลากลางวัน daytime running light รมดำรวมทั้งติดตั้งระบบไฟหน้าแบบ LED พร้อม Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS Plus) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน  ไฟท้ายออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น จีทีเอส เท่านั้น ชุดแต่ง Lightweight Design package ลดน้ำหนัก เพิ่มแรงกด สมรรถนะการขับขี่ในรูปแบบสปอร์ต ได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นด้วยชุดแต่ง Lightweight Design package ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในรุ่น จีทีเอส (GTS) สามารถลดน้ำหนักรวมลงได้ถึง 25 กิโลกรัม จากการใช้เบาะนั่งวัสดุ  carbon fibre reinforced plastic (CFRP) กระจกประตูและกระจกหลัง รวมทั้งแบตเตอรีน้ำหนักเบา ถอดเบาะนั่งด้านหลังออก เสริมด้วยอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ ได้แก่ ระบบช่วยเลี้ยวด้วยล้อหลัง rear-axle steering เป็นมาตรฐานที่มาพร้อม package และเสริมอุปกรณ์ด้านอากาศพลศาสตร์อย่างครบครัน

 

งานตกแต่งภายในห้องโดยสารวัสดุ Race-Tex สีดำ และเบาะนั่ง Sports Seats Plus เป็นมาตรฐาน เน้นรายละเอียดความสปอร์ตอย่างต่อเนื่องจากภายนอกจรดภายใน สำหรับรุ่น จีทีเอส (GTS)   พร้อมทั้งความสะดวกสบาย และความหรูหราสง่างาม คันเปลี่ยนเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษ มีขนาดที่กระชับมือด้วยการลดความยาวลง 10 มิลลิเมตร ส่งผลให้สามารถเข้าเกียร์ในจังหวะต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วง่ายดายเพียงพลิกข้อมือพวงมาลัยจีทีสปอร์ต (GT Sport) ที่มาพร้อมสวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ของชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono package สั่งการผ่านแอปพลิเคชั่น Porsche Track Precision app และฟังก์ชันแสดงอุณหภูมิยางรถยนต์เป็นมาตรฐานติดตั้งเบาะนั่ง Sport Seats Plus ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพื่อสร้างความมั่นใจขณะขับขี่และมอบความนุ่มนวลสะดวกสบายทุกการเดินทาง ลดปริมาณฉนวนซับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการดื่มด่ำกับเสียงคำรามอันกระหึ่มกึกก้องของเครื่องยนต์ทรงพลัง วัสดุ Race-Tex ตกแต่งภายในหลายจุด ให้ความหรูหราและบรรยากาศที่ดุดัน เคร่งขรึม บริเวณกึ่งกลางเบาะนั่ง ขอบวงพวงมาลัย มือเปิดประตู ท้าวแขน ฝาปิดบริเวณช่องเก็บของและหัวเกียร์ ได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุ microfibre สำหรับชุดตกแต่งภายใน GTS interior package สามารถเลือกโทนสี Carmine Red หรือสี Crayon เป็นอุปกรณ์พิเศษ เข็มขัดนิรภัย หมอนรองศีรษะ มาตรวัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ และนาฬิกาจับเวลา Sport Chrono clock ประทับตัวอักษร GTS พร้อมกับเฉดสีที่มาในรูปแบบเดียวกัน เสริมการตกแต่งบริเวณแผงคอนโซลและแผงประตูด้วยชิ้นงาน matt Carbon มาตรฐานของ GTS interior package

Powered by MakeWebEasy.com