มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีสุดล้ำ

Last updated: 2021-02-05  | 

หลังจากที่มิตซูบิชิ เปิดตัว “เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลายคนโฟกัสไปที่ราคาว่าค่อนข้างสูง หากเทียบราคากับสมรรถนะและเทคโนโลยีถือว่า “เอาท์แลนเดอร์” มีจุดเด่นที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยเอาท์แลนเดอร์ที่วางจำหน่ายปัจจุบันนี้ ผลิตในเมืองไทยทำให้มีราคาถูกกว่า โดยมีจำหน่าย 2 รุ่นย่อย คือ จีที ราคา 1.64 ล้านบาท และ จีที พรีเมียม 1.749 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี แต่ถ้าเป็นการนำเข้ารถยนต์เอาท์แลนเดอร์มาขายเมืองไทยราคาจะสูงราว 4 ล้านบาท และสำหรับรุ่นเอาท์แลนเดอร์ในต่างประเทศที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ ไม่มีการติดตั้งระบบพีเอชอีวี และยังไม่มีแผนการนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย

 

        

ล่าสุด มิตซูบิชิ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (ปลั๊กอินไฮบริด) ใหม่ แบบวันเดย์ทริปรอบกรุงเทพฯ โดยตลอดเส้นทางการทดสอบได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และระบบเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เพื่อตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก โดยเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นได้มากกว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้สื่อมวลชน เพื่อสัมผัสกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการปรุงอาหารมื้อเช้ากลางแจ้งกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถ มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ

   

 

     

ต่อจากนั้นจึงเริ่มทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ รอบกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากการทดสอบขับด้วย โหมดอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ปราศจากการใช้น้ำมัน และยังปราศจากมลพิษ โดยตลอดการเดินทางยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง และความหรูหราเหนือระดับของห้องโดยสาร ที่ครบทุกฟังก์ชัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ ‘ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท’ ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านความสะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง ส่วนระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มากมาย

        



เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก ได้มีโอกาสการทดสอบขับทั้ง โหมดซีรีย์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด เพื่อสัมผัสกับสมรรถนะโดย โหมดซีรีย์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และ โหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถจ่ายพลังงานคืนเพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ พร้อมกันนี้ตลอดเส้นทางยังได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)  และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด ในช่วงบ่ายเป็นการขับขี่แบบฟรีรัน เพื่อขับกลับมายังสนามทดสอบ อิมแพ็ค ริมทะเลสาบ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC  มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม. พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง

        



โดยช่วงท้ายของการทดสอบ ยังได้พิสูจน์กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสกับสมรรถนะการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกิจกรรมการทดสอบขับช่วงท้ายเป็นรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย การทดสอบอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนได้บนทุกสภาพถนน กิจกรรมการทดสอบขับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และเทคโนโลยี ของมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่สามารถขับขี่โดยปราศจากความกังวลในด้านระยะทางการขับขี่มีมลพิษที่ต่ำและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสมรรถนะที่เหนือกว่าทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์แบบไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มั่นใจได้ในความทนทาน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

 

         

สำหรับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และยังมีมิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี , ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 บการสนับสนุนพิเศษเมื่อลูกค้าจองรถภายในวันที่  March 31, 2021 and car and control the speed then keep the safety dista รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท สัมผัสมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และทดลองขับด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมทั่วประเทศ


Powered by MakeWebEasy.com