ระบบ Sport Hybrid i-MMD และ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง เทคโนโลยีที่เชื่อมโลกสู่อนาคต

Last updated: Oct 13, 2020  |  News

ฮอนด้า แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมเพื่อตอบสนองผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบความสุขและเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิต ตอบรับวิสัยทัศน์ 2030 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการใช้ชีวิตของผู้คนทั้งในด้านการเดินทางและการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดมลพิษ (CO2 Free Society) และสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) โดยมีเป้าหมายว่า ในปี 2030 รถยนต์ฮอนด้าที่ผลิตและจำหน่ายทั่วโลกจะต้องเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดซึ่งรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ได้นำเสนอเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัยแห่งอนาคตให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสแล้ว


ระบบไฮบริดแบบ Advanced Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ซึ่งในประเทศไทยได้ติดตั้งใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid ที่ทั้งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร สำหรับแบตเตอร์รี่ไฮบริดแบบลิเธียม-ไอออน มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด สามารถชาร์จไฟกลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว และจ่ายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าแบตเตอรี่ไฮบริดชนิดอื่นในขนาดเท่ากัน จึงให้สมรรถนะสูง สามารถขับขี่ได้ต่อเนื่องยาวนานเมื่ออยู่ในโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้า อีกทั้งสามารถสกัดลิเธียมออกมา เพื่อทำการรีไซเคิลได้ด้วย

 

นอกจากนี้ ยังตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยการปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อ ด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจาก การลดความเร็วนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว มีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัทช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงและแรงเสียดทานต่ำฮอนด้า เซนส์ซิ่ง เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่พร้อมตอบสนองได้ดุจประสาทสัมผัส ของการขับขี่แห่งอนาคต ในการใช้รถใช้ถนน ผู้ขับขี่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมรถยนต์ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกปัจจัยบนท้องถนนได้ด้วยตนเอง การมีเทคโนโลยี เช่น ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า จะควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการเพิ่มความอุ่นใจและความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางบนท้องถนนได้อีกทางหนึ่ง


ในประเทศไทย ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ได้เริ่มติดตั้งครั้งแรกใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2559 ตามด้วยรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในลำดับถัดมา ได้แก่ ฮอนด้า ซีวิค ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก และ ล่าสุด ฮอนด้า ซีอาร์-วี ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง เป็นการผสานการทำงานอย่างอัจฉริยะดุจประสาทสัมผัสแห่งอนาคต โดยมีเรดาร์ทำงานประสานกับตัวกล้องด้านหน้า สามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนคนขับและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยฟังก์ชันต่างๆ อาทิ ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
 

นี่คือที่สุดของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ระบบ Sport Hybrid i-MMD และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนซิ่ง ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสแล้ว โดยลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียน เพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับยนตรกรรรมฮอนด้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเหล่านี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

Powered by MakeWebEasy.com