กลุ่มดีสโตนฉลองใหญ่ 40 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จ พร้อมเผยแผนธุรกิจในอนาคต

Last updated: Oct 24, 2016  |  News

กลุ่มดีสโตน บริษัทคนไทยที่ประกอบกิจการผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทย ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้มั่นใจในผลิตภัณฑ์ และชี้แจงถึงทิศทางการดำเนินงานในอนาคตที่จะมีการลงทุนและนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภค มั่นใจครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 20% โดยงานเฉลิมฉลองนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมทั้งตัวแทนภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิล์ด



เกริก วงศาริยวานิช กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ดีสโตน เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท ดีสโตนได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยการมองการณ์ไกลในตลาดอุตสาหกรรมยาง ที่ขณะนั้นมีผู้ประกอบการจากต่างชาติเพียงไม่กี่รายในการผูกขาดตลาดการผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทย “ดีสโตน” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ต้องการจะผลิตยางที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้แก่ลูกค้าภายในประเทศ ด้วยหลักการในการทำธุรกิจที่ว่า “มุ่งมั่นผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ ในราคาที่สมเหตุผล ด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานสากล” ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งขึ้นจนถึงวันนี้ทุกย่างก้าวที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่มั่นคง และทำให้วันนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก เรายึดมั่นที่จะมุ่งเน้นและสร้างสรรค์ยางล้อที่ทรงคุณค่า ซึ่งผลิตโดยคนไทย ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่าสิบล้านเส้นต่อปี นอกเหนือจากนี้ยังมีการส่งออกไปกว่า 120 ประเทศทั่วโลก เราคือที่หนึ่งที่ไม่ใช่เฉพาะที่หนึ่งในประเทศไทย แต่เราเป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก ตลาดยางล้อในประเทศไทยมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เนื่องจากไทยถือเป็นฐานการผลิตของยางหลายยี่ห้อซึ่งมีการทำตลาดสร้างแบรนด์กันอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มบริษัท ดีสโตน  ผู้ผลิตและจำหน่ายยางแบรนด์ดีสโตน แบรนด์คนไทยแท้ก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้มานานถึง 40 ปี ด้วยการมุ่งเน้นผลิตสินค้าคุณภาพ หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์โดยสารเรเดียล ยางเพื่อการเกษตร ยางสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ ยางรถจักรยานยนต์ ยางจักรยาน ฯลฯ รวมแล้วมากกว่า 1,000 รายการ รวมถึงการให้บริการที่มีคุณภาพ โดยทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างสม่ำเสมอ จนสามารถผลิตยางรถยนต์เรเดียลฝีมือคนไทย และเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์เรเดียลรายแรกของไทยที่ส่งออกสู่ตลาดโลก โดยมียอดการจำหน่ายกว่า 10  ล้านเส้นต่อปีในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ด้วยสัดส่วนการจัดจำหน่ายในประเทศ 40% ส่งออก 60% 



กลุ่มบริษัทดีสโตนดำเนินธุรกิจบนปรัชญาและนโยบายที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ มีความจริงใจ และความน่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทไทยให้ทัดเทียมกับสากล ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพและนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต พร้อมกับส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้เป็นทีมงานที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก และสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตลอดจนแบรนด์สินค้าของคนไทยให้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกได้ต่อไปในอนาคต กลุ่มบริษัท ดีสโตน ได้ดำเนินธุรกิจผลิตยางล้อเพื่อยานพาหนะครบรอบ 40 ปี โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงาน คือ เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ตราสินค้าดีสโตนที่ดำเนินมาอย่างยาวนานให้เป็นที่รู้จัก และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้บริโภคได้มั่นใจถึงทิศทางการดำเนินงานในอนาคตว่ากลุ่มบริษัทดีสโตน จะมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจน ทั้งด้านการลงทุน การนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันดีสโตนมีความพร้อมในเรื่องของการดำเนินธุรกิจของการสร้างผลิตภัณฑ์ล้อยาง ตั้งแต่เริ่มการวิจัยทางการตลาดเพื่อส่งผ่านข้อมูล เพื่อนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงการผลิต จนนำไปถึงการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ทั่วโลก อนาคตต่อไปนี้กลุ่มบริษัทดีสโตนจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรม ร่วมกับการนำประสบการณ์ที่สั่งสมมากกว่า 40 ปี มาใช้ในการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ยางล้อที่จะมีการทดสอบบนสนามจริง รวมถึงการพัฒนาสูตรยางที่ยึดเกาะถนนโดยเฉพาะบนถนนเปียก หรือสูตรยางที่เน้นการประหยัดน้ำมัน ที่เรียกกันว่าซิลิกาคอมปาวด์  ซึ่งนำมาใช้ในการผลิตยางรถยนต์ มีผลทำให้ยางที่ได้มีความต้านทานของการหมุนของล้อลดลง และสามารถประหยัดน้ำมัน รวมถึงเพิ่มพลังงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยางที่ใช้สูตรซิลิกาคอมปาวด์จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงถูกเรียกว่า อีโคไทร์ ภายใต้คอนเซ็ปการออกแบบยางล้อเพื่อตอบสนองยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านยานยนต์ และอึกหนึ่งความภาคภูมิใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คือมีแผนการจัดสร้างสนามทดสอบยางที่ได้มาตรฐานสามารถทดสอบยางตามข้อกำหนดจากยุโรป ได้แก่ การทดสอบด้านเสียง การยึดเกาะบนถนนเปียก และความต้านทานแรงหมุนของยาง อีกทั้งยังสามารถทดสอบสมรรถนะของยางในการขับขี่จริง ได้มากกว่า 10 รูปแบบ ทั้งการขับขี่ทางตรง และสลาลม เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ แก่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ยางดีสโตน ว่ายางทุกเส้นที่ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ยางทุกเส้นที่ใส่อยู่บนยานพาหนะจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้สมกับคำนิยามที่ว่า ดีสโตนเป็นยางที่ยอดเยี่ยมของคนไทยอย่างแท้จริง



กลุ่มบริษัทดีสโตน จะไม่สามารถเติบโตได้เลยหากขาดความร่วมมือจากพนักงานและความร่วมมือของชุมชน หน่วยงานราชการ ที่มีส่วนสร้างและส่งเสริม นับจากนี้เราจะก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ด้วยทีมงานที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาอุตสาหกรรมของไทยให้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เพื่อให้ประเทศไทยได้ก้าวไกลจนเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำแห่งหนึ่งของโลกสืบไป จุดมุ่งหมายของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนวัตถุดิบยางพาราของคนไทยที่ได้ชื่อว่ามีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกในการแปรรูปมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารามากเป็นอันดับสองของโลกรองจากอินโดนีเซีย และมีเกษตรกรชาวสวนยางพาราประมาณ 6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดของไทย  ในปี 2558ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตยางพารารวม 4.47 ล้านตัน จากพื้นที่กรีดยางทั้งหมด 18.84 ล้านไร่ โดยส่งออกในรูปของยางแปรรูปขั้นต้น 3.74 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 170,419 ล้านบาท และใช้ในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นปลายในประเทศ 6 แสนตัน แม้ว่าดีสโตนจะทำตลาดต่างประเทศเป็นหลักมาเป็นเวลานาน เรายังให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ฝ่ายบริหารมั่นใจอย่างยิ่งในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เราจึงมีความมุ่งหวังที่จะสร้างดีสโตนให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เชื่อถือและไว้วางใจได้ และคนไทยก็ควรมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก ในราคาที่เหมาะสม 

Powered by MakeWebEasy.com